DTrackerThailand.Com
กรกฎาคม 26, 2014, 03:32:01 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: 「ここは友でけではなく 我々はお互いに助け合う家族であるWe are family」
 
 หน้าแรก  เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Sponsor Sponsor

Sponsor Sponsor Sponsor

หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหา klx250  (อ่าน 4473 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
DiRTCatnap
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


KLX_FANG_CMI


« เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 10:48:42 AM »

ขอประทานอภัย ในการตั้งคำถามนี้ จุดประสงค์ที่ต้องการคือใครมีทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้บ้าง
จักเป็นพระคุณอยากสูง

 เมื่อตอนปีใหม่นี้ เอารถขึ้นไปขี่เที่ยวแถวเชียงใหม่เป็นklx250
ปัญหาที่พบคือ ลงเนินสักพัก เบรค พร้อม เกียร์ต่ำ
เบรคหลัง พลอด ใช้ไม่ได้เลย หรือแค่เบรคหน้า เบรคหน้าก็ใช้ ไม่สะดวกการ์ดแฮนมาบีบไว้ หลังจากการล้ม
แต่พอถิ้งให้เย็นลงสักพักก็กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าผิดปิกตไหม แต่ถ้า ปิกติเป็น แบบนี้ ผมคิดว่า เปลี่ยนเป็น แบบเก่าดั๊มเบรคดีกว่า ดิสเบรค
อันตรายน้อยกว่าอีก

ระดับเตือนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่มีเหมือนรถตลาดทั่วไปเลย เลยกะไม่ถูก ว่าจะต้องเติมที่เมื่อไร
เผลอ ขับไปลืม ดู เตือน fuel ขึ้นมา สงสัยได้กินข้าวลิงแน่เลย มันน่าจะมีเกย บอกระดับน้ำมันสักหน่อย กะอีแค่ไฟเตือนแล้วเขียนในคู่ มือว่าหลังจากไฟเตือน
คุณมีน้ำมันแค่ 2.3 ลิตร เลย ใครจะไปตัสรู้ ได้ว่า มันจะหมดเมื่อ ไร จะไป หรือกลับดีหว่า ตัวอ่านระดับน้ำมันน่าจะมีคนทำมาขายจัง

บันทึกการเข้า
robocops
DTX User
Dtracker Senior
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2544



« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 11:25:57 AM »

สงสัยผ้าเบรคใหม้ ประสิทธิภาพมันเลยลดลงมั้งครับไม่แน่ใจ
ต้องเข้าศูนย์ไปเช็คเบรคแล้วล่ะครับ ของผมก็ไปมาหลายดอยแล้วไม่เคยเป็น
ลงเขาถ้าไม่ติดรถคันหน้า ผมแทบไม่ใชเบรคเลยครับ ทั้งขี่คนเดียวแล้วก็ซ้อนสอง
ส่วนเบรคหน้าถ้าตัวรถตั้งตรง แค่แตะๆชลอความเร็วก็พอได้

ส่วนไฟเตือนระดับเชื้อเพลิงแรกๆผมก็เป็น
แต่หลังๆนี่พอเติมน้ำมันเต็มถังก็จะกดรีเซ็ททริป b ให้เป็นศูนย์เสมอ
วิ่งไปได้ 120-130 กม. ก็เริ่มมองหาปั้มได้เลยครับสบายใจกว่า
100 กม.นี่ก็ต้องจอดพัก แก้ปวดตูดไปในตัวด้วย
บันทึกการเข้า

You'll never walk alone.  Undecided
กิง การณา
DTX User
Dtracker Senior
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1488


วันทำงานคือวันพักผ่อน วันพักผ่อนคือวันทำงาน


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 11:54:09 AM »

เบรคหลัง ผมไม่เป็นแบบนี้นะปกติ แตะแรงๆมีล้อล๊อค
คงต้องเอาไปเช็คแล้วละ
ระดับน้ำมัน 2.2 ลิตร คำนวนเอาง่ายๆ +- อีก 50 กิโลเมตร ก็หาปั้ม หรือปั้มขวด หลอดได้แล้วละ
แต่ไม่เคยมีปัญหาเพราะทุกครั้งการเดินทางคำนวนระยะทางและเผื่อไว้ก่อนเสมอ
จะไม่ใ้ห้ปัญหานี้มารบกวนระหว่างทริป หรือไม่ก็.ถังสำรอง หรือขวดลิตรติดไปก็อุ่นใจแล้วละ
อ่อ ลงดอยผมก็แทบไม่ค่อยใช้เบรค จะเล่นเกียร์เอามากกว่า
เบรคก็แค่ประคอง ชะลอ(ตอนรถตั้งตรงเท่านั้น)แล้วก็พับโค้งต่อไป สบายๆ

เพิ่มเติมอีกนิด หลังจากผมเปลี่ยนน้ำมันเบรคหลัง
ผ่านไป 1 อาทิตย์ สีน้ำมันเบรคดูเข้มขึ้นกว่าด้านหน้าอย่างชัดเจน
ข้อนี้น่าจะเพราะท่อยางใกล้ท่อความร้อนสะสมอาจมีผล
แต่ไม่เคยเบรคหาย หรือจม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 05, 2011, 11:55:52 AM โดย Ginging » บันทึกการเข้า

"เวลาคือเพื่อนที่ซื่อตรงที่สุด มีแต่ใจเราเองที่ช้าไป เร็วไป ไม่ซื่อไม่ตรงเหมือนเช่นเวลา"
atv_jumper
Dtracker User
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83


« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 12:13:14 PM »

เรื่องเบรคหลังน่าจะมี 2 กรณีดังนี้ครับ

1. ใช้เบรคมากเกินไปทำไห้ระบบน้ำมันเบรคร้อนครับปั้มเบรคไม่ทำงานครับ (อาจเบรคแช่นานเกินไปครับยิ่งถ้าใส่รองเท้าบู๊ทด้วยอาจจะแช่เบรคแบบไม่รู้ตัวครับ) จริงๆถ้าเกิดอาการนี้สมัยก่อนผมจะเอาน้ำราดที่ปั้มเบรคครับแล้ว ขี่ไปได้ต่อครับ แต่แนะนำไห้หาตำแหน่งในการวางเท้าขณะขับขี่ครับเพื่อป้องกันเท้าไปแตะเบรคโดยไม่รู้ตัวครับ แถมเป็นการประหยัดผ้าเบรคด้วยครับ (ที่สำคัญอย่าลืมใช้ เอนจิ้นเบรคด้วยครับ)
2. ปั้มเบรคอาจจะค้างครับ ทำไห้ระบบน้ำมันเบรคร้อนครับปั้มเบรคไม่ทำงานครับ อาจต้องล้างปั้มเบรคครับ
บันทึกการเข้า
Tanker_man
Dtracker User FullMember
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 478



« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 12:15:20 PM »

ขอประทานอภัย ในการตั้งคำถามนี้ จุดประสงค์ที่ต้องการคือใครมีทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้บ้าง
จักเป็นพระคุณอยากสูง

 เมื่อตอนปีใหม่นี้ เอารถขึ้นไปขี่เที่ยวแถวเชียงใหม่เป็นklx250
ปัญหาที่พบคือ ลงเนินสักพัก เบรค พร้อม เกียร์ต่ำ
เบรคหลัง พลอด ใช้ไม่ได้เลย หรือแค่เบรคหน้า เบรคหน้าก็ใช้ ไม่สะดวกการ์ดแฮนมาบีบไว้ หลังจากการล้ม
แต่พอถิ้งให้เย็นลงสักพักก็กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าผิดปิกตไหม แต่ถ้า ปิกติเป็น แบบนี้ ผมคิดว่า เปลี่ยนเป็น แบบเก่าดั๊มเบรคดีกว่า ดิสเบรค
อันตรายน้อยกว่าอีก

ระดับเตือนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่มีเหมือนรถตลาดทั่วไปเลย เลยกะไม่ถูก ว่าจะต้องเติมที่เมื่อไร
เผลอ ขับไปลืม ดู เตือน fuel ขึ้นมา สงสัยได้กินข้าวลิงแน่เลย มันน่าจะมีเกย บอกระดับน้ำมันสักหน่อย กะอีแค่ไฟเตือนแล้วเขียนในคู่ มือว่าหลังจากไฟเตือน
คุณมีน้ำมันแค่ 2.3 ลิตร เลย ใครจะไปตัสรู้ ได้ว่า มันจะหมดเมื่อ ไร จะไป หรือกลับดีหว่า ตัวอ่านระดับน้ำมันน่าจะมีคนทำมาขายจัง



เรื่องเบรคหลังนี่ผมก็เคยเปนครับ ลงดอยอินทนนท์มาช่วงหน้าพระธาตุ เบรคหลังไปซะแล้ววว จะบ้าตายยย
บันทึกการเข้า
sara
DTX User
Dtracker User FullMember
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 435



« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 12:18:49 PM »

ต้องระวังเบรก ยาวๆ ครับ  เป็นได้ทั้ง น้ำมันเบรกเดือด (เราไม่เห็น เพราะ อยู่ในสาย) ทำให้ น้ำมันเบรก แตกฟอง เลยไม่มีแรงดัน เลย ฟอด    และอีกอันคือ ผ้าเบรก   ผ้าเบรก มีหลายเกรด  เกรดที่ทนความร้อนสูงๆ ก็มี แต่ที่ตอน ผ้าเบรก เย็น  ความสามารถในการเบรก ก็ด้อยกว่า เหมือนเป็น ช่วง อุณหภูมิ ทำงานของผ้าเบรก
บันทึกการเข้า
Ruth
DTX User
Dtracker Senior
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1391


D-TRACKER-X


« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 02:02:00 PM »

เขียนผิดมากเลยครับ อ่านแล้วอึดอัดจัง ผมขออนุญาตแก้ไขให้เท่าที่ทำได้ก่อนครับ

" ขอประทานอภัย ในการตั้งคำถามนี้ จุดประสงค์ที่ต้องการคือใครมีทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้บ้างจะเป็นพระคุณอย่างสูง

เมื่อตอนปีใหม่นี้ เอารถขึ้นไปขี่เที่ยวแถวเชียงใหม่เป็น klx250 ปัญหาที่พบคือ ลงเนินสักพัก โดยใช้เบรคพร้อมกับเกียร์ต่ำ
เบรคหลัง พลอด(น่าจะเป็น เฟด , break fade) ใช้ไม่ได้เลย จะใช้เบรคหน้าก็ใช้ไม่สะดวกเนื่องจากการ์ดแฮนด์มาบีบไว้เกิดจากรถไปล้มมา
แต่พอทิ้งให้เย็นลงสักพักก็กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าผิดปกติ แต่ถ้าปกติแบบนี้ผมคิดว่าเปลี่ยนเป็นแบบเก่า แบบ Drum เบรคดีกว่าอันตรายน้อยกว่าอีก

อีกเรื่องเกจ์วัดระดับเตือนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่มีเหมือนรถตลาดทั่วไปเลย เลยกะไม่ถูก ว่าจะต้องเติมอีกที่เมื่อไหร่ เผลอขับไปลืมดูไฟเตือน fuel ติดขึ้นมา สงสัยได้กินข้าวลิงแน่เลย มันน่าจะมีเกจ์ บอกระดับน้ำมันสักหน่อย กะอีแค่ไฟเตือน แล้วเขียนในคู่ มือว่าหลังจากไฟเตือนว่าคุณมีน้ำมันเหลืออยู่แค่ 2.3 ลิตร ใครจะไปตรัสรู้ได้ว่า มันจะหมดเมื่อไหร่ จะไปหรือกลับดี  ตัวอ่านระดับน้ำมันน่าจะมีคนทำมาขายจัง "


1. รถเดินทาง ต้องเตรียมรถให้พร้อมครับ การที่ขับรถไปล้มมาแล้วการ์ดแฮนด์ไปขวางเบรคหน้า เป็นสิ่งที่ควรจะต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ไม่ควรนำรถไปใช้

2. การขับขี่ทางลาดชัน ผมไม่ทราบว่าชันขนาดไหน ใช้ความเร็วเท่าไหร่ ปกติควรใช้เกียร์ 1 หรือ 2 ร่วมกับการใช้เบรคซึ่งควรเป็นเบรคหน้าเป็นหลัก เพราะลงทางลาดชัน น้ำหนักรถถูกถ่ายมาไว้ด้านหน้ามากกว่า และเบรคหน้าจะมีขนาดจานที่ใหญ่กว่าได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับภาระนี้อยู่แล้ว และการใช้เบรคไม่ควรใช้อย่างต่อเนื่อง เฉพาะเกียร์ 1 หรือ 2 ถ้าเลือกความเร็วพอเหมาะเชื่อว่า Engine Break ของรถพอเพียงในการควบคุมรถลงจากทางชัดได้อย่างสบาย การปรับปรุงระบบเบรคสามารถทำได้โดยการเปลี่ยน้ำมันให้มีค่า DOT สูงขึ้น และการเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่ แต่ผ้าเบรคที่ทนความร้อนสูงๆจะมีข้อเสียคือเมื่ออุณหภูมิยังไม่ร้อนพอ การทำงานจะสู้ผ้าเบรคแบบธรรมดาไม่ค่อยได้ และอาจะหาได้ยากหน่อยในบ้านเราครับ

3. ระบบไฟเตือนน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้ใช้ต้องใช้ให้เป็นครับ ในรถ super bike ราคาแพงทั้งหลาย ส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้ไฟเตือน การใช้ที่ถูกต้องใช้ร่วมกับ Trip meter และผู้ใช้ควรรู้อัตราการใช้น้ำมันของรถตัวเองด้วย โดยการเติมน้ำมันให้เต็มถังและกด Trip ให้เป็นศูนย์ จากนั้นใช้งานรถตามปกติในลักษณะเส้นทางที่ใช้ประจำ ใช้ไปจนกระทั่งไฟเตือนขึ้น (น้ำมันเต็มถัง 7.7 ลิตร ใช้น้ำมันไปประมาณ 5.4 ลิตร คำนวณจากน้ำมันที่เหลือยู่ตามคุ่มือ)อ่านค่าระยะทางจาก trip สมมุติได้เท่ากับ 135 km นั่นแสดงว่า รถของเราใช้น้ำมันประมาณ 135/5.4 = 25 กม/ลิตร ซึ่งให้ทำแบบนี้ทุกครั้งให้เป็นนิสัย(เติมน้ำมันเต็มถังทุกครั้ง) ในเส้นทางและการขับขี่ที่ใกล้เคียงกัน ระยะทางที่ได้มักผิดผลาดไม่เกิน +/- 5 กม. ดังนั้นเราจะทราบว่าน้ำมัน 1 ถังพาเราไปได้ไกลเท่าไหร่ แต่ในกรณีที่วิ่งไปในเส้นทางอื่นที่แตกต่างจากที่วัด ก็ให้ทำเหมือนเดิม แต่เราจะได้อัตราใหม่ โดยปกติวิ่งทางไกลพื้นราบ อาจไปได้ถึง 30 กม./ลิตร และจากอัตรานี้ เมื่อไฟเตือนติด น้ำมันเหลืออีกประมาณ 2.3 ลิตร ดังนั้นระยะทางที่รถน่าจะไปได้ (ถ้าลักษณะเส้นทางใกล้เคียงกัน ก็น่าจะไปได้อีกประมาณ 60 กม)

ปล. การเดินทางควรมีการเตรียมพร้อม เช่นการศึกษาเส้นทางว่ามีเขตเมืองอยู่ตรงไหน ห่างกันเท่าไหร่ หากไปในที่ที่คิดว่าไม่มีปั๊มน้ำมัน ควรรู้ว่าจุดสุดท้ายที่มีปั๊มอยู่ตรงไหน ต้องเติมน้ำมันให้เต็มถัง หากไปไกล หรือไม่แน่ใจ ควรหาถังน้ำมันสำรองติดท้ายรถไปด้วย หรืออย่างน้อยควรมีสายยางท่อน้ำมันเตรียมไว้ เผื่อฉุกเฉินจะได้สามารถมีน้ำมันสำรองใช้ หรือขอความช่วยเหลือจากรถคันอื่นได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 05, 2011, 02:40:09 PM โดย Ruth » บันทึกการเข้า
ToOn™
DTX User
Dtracker Senior
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4228


แผนกสะกัดดาวรุ่ง..

Toon_SMT@hotmail.com
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 02:23:24 PM »

  เยี่ยมเลยครับอาจารย์
บันทึกการเข้า

ยักษ์เขียว
V.I.P Member
Dtracker Senior
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8509


มนต์สะตอ

d.theerayuth@gmail.com d.theerayuth@gmail.com
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 04:12:27 PM »

ขอบคุณพี ๆ น้อง ๆ ที่เข้ามาช่วยกันตอบ
ได้ความรู้เยอะเลยครับ   
บันทึกการเข้า
Draftbeer
DTX User
Dtracker User FullMember
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 396


หนุกๆกันนี้ SEC267

beer_xp2000@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 05:31:14 PM »

เขียนผิดมากเลยครับ อ่านแล้วอึดอัดจัง ผมขออนุญาตแก้ไขให้เท่าที่ทำได้ก่อนครับ

" ขอประทานอภัย ในการตั้งคำถามนี้ จุดประสงค์ที่ต้องการคือใครมีทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้บ้างจะเป็นพระคุณอย่างสูง

เมื่อตอนปีใหม่นี้ เอารถขึ้นไปขี่เที่ยวแถวเชียงใหม่เป็น klx250 ปัญหาที่พบคือ ลงเนินสักพัก โดยใช้เบรคพร้อมกับเกียร์ต่ำ
เบรคหลัง พลอด(น่าจะเป็น เฟด , break fade) ใช้ไม่ได้เลย จะใช้เบรคหน้าก็ใช้ไม่สะดวกเนื่องจากการ์ดแฮนด์มาบีบไว้เกิดจากรถไปล้มมา
แต่พอทิ้งให้เย็นลงสักพักก็กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าผิดปกติ แต่ถ้าปกติแบบนี้ผมคิดว่าเปลี่ยนเป็นแบบเก่า แบบ Drum เบรคดีกว่าอันตรายน้อยกว่าอีก

อีกเรื่องเกจ์วัดระดับเตือนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่มีเหมือนรถตลาดทั่วไปเลย เลยกะไม่ถูก ว่าจะต้องเติมอีกที่เมื่อไหร่ เผลอขับไปลืมดูไฟเตือน fuel ติดขึ้นมา สงสัยได้กินข้าวลิงแน่เลย มันน่าจะมีเกจ์ บอกระดับน้ำมันสักหน่อย กะอีแค่ไฟเตือน แล้วเขียนในคู่ มือว่าหลังจากไฟเตือนว่าคุณมีน้ำมันเหลืออยู่แค่ 2.3 ลิตร ใครจะไปตรัสรู้ได้ว่า มันจะหมดเมื่อไหร่ จะไปหรือกลับดี  ตัวอ่านระดับน้ำมันน่าจะมีคนทำมาขายจัง "


1. รถเดินทาง ต้องเตรียมรถให้พร้อมครับ การที่ขับรถไปล้มมาแล้วการ์ดแฮนด์ไปขวางเบรคหน้า เป็นสิ่งที่ควรจะต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ไม่ควรนำรถไปใช้

2. การขับขี่ทางลาดชัน ผมไม่ทราบว่าชันขนาดไหน ใช้ความเร็วเท่าไหร่ ปกติควรใช้เกียร์ 1 หรือ 2 ร่วมกับการใช้เบรคซึ่งควรเป็นเบรคหน้าเป็นหลัก เพราะลงทางลาดชัน น้ำหนักรถถูกถ่ายมาไว้ด้านหน้ามากกว่า และเบรคหน้าจะมีขนาดจานที่ใหญ่กว่าได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับภาระนี้อยู่แล้ว และการใช้เบรคไม่ควรใช้อย่างต่อเนื่อง เฉพาะเกียร์ 1 หรือ 2 ถ้าเลือกความเร็วพอเหมาะเชื่อว่า Engine Break ของรถพอเพียงในการควบคุมรถลงจากทางชัดได้อย่างสบาย การปรับปรุงระบบเบรคสามารถทำได้โดยการเปลี่ยน้ำมันให้มีค่า DOT สูงขึ้น และการเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่ แต่ผ้าเบรคที่ทนความร้อนสูงๆจะมีข้อเสียคือเมื่ออุณหภูมิยังไม่ร้อนพอ การทำงานจะสู้ผ้าเบรคแบบธรรมดาไม่ค่อยได้ และอาจะหาได้ยากหน่อยในบ้านเราครับ

3. ระบบไฟเตือนน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้ใช้ต้องใช้ให้เป็นครับ ในรถ super bike ราคาแพงทั้งหลาย ส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้ไฟเตือน การใช้ที่ถูกต้องใช้ร่วมกับ Trip meter และผู้ใช้ควรรู้อัตราการใช้น้ำมันของรถตัวเองด้วย โดยการเติมน้ำมันให้เต็มถังและกด Trip ให้เป็นศูนย์ จากนั้นใช้งานรถตามปกติในลักษณะเส้นทางที่ใช้ประจำ ใช้ไปจนกระทั่งไฟเตือนขึ้น (น้ำมันเต็มถัง 7.7 ลิตร ใช้น้ำมันไปประมาณ 5.4 ลิตร คำนวณจากน้ำมันที่เหลือยู่ตามคุ่มือ)อ่านค่าระยะทางจาก trip สมมุติได้เท่ากับ 135 km นั่นแสดงว่า รถของเราใช้น้ำมันประมาณ 135/5.4 = 25 กม/ลิตร ซึ่งให้ทำแบบนี้ทุกครั้งให้เป็นนิสัย(เติมน้ำมันเต็มถังทุกครั้ง) ในเส้นทางและการขับขี่ที่ใกล้เคียงกัน ระยะทางที่ได้มักผิดผลาดไม่เกิน +/- 5 กม. ดังนั้นเราจะทราบว่าน้ำมัน 1 ถังพาเราไปได้ไกลเท่าไหร่ แต่ในกรณีที่วิ่งไปในเส้นทางอื่นที่แตกต่างจากที่วัด ก็ให้ทำเหมือนเดิม แต่เราจะได้อัตราใหม่ โดยปกติวิ่งทางไกลพื้นราบ อาจไปได้ถึง 30 กม./ลิตร และจากอัตรานี้ เมื่อไฟเตือนติด น้ำมันเหลืออีกประมาณ 2.3 ลิตร ดังนั้นระยะทางที่รถน่าจะไปได้ (ถ้าลักษณะเส้นทางใกล้เคียงกัน ก็น่าจะไปได้อีกประมาณ 60 กม)

ปล. การเดินทางควรมีการเตรียมพร้อม เช่นการศึกษาเส้นทางว่ามีเขตเมืองอยู่ตรงไหน ห่างกันเท่าไหร่ หากไปในที่ที่คิดว่าไม่มีปั๊มน้ำมัน ควรรู้ว่าจุดสุดท้ายที่มีปั๊มอยู่ตรงไหน ต้องเติมน้ำมันให้เต็มถัง หากไปไกล หรือไม่แน่ใจ ควรหาถังน้ำมันสำรองติดท้ายรถไปด้วย หรืออย่างน้อยควรมีสายยางท่อน้ำมันเตรียมไว้ เผื่อฉุกเฉินจะได้สามารถมีน้ำมันสำรองใช้ หรือขอความช่วยเหลือจากรถคันอื่นได้

   
บันทึกการเข้า

I-AM-RAMBO
DTX User
Dtracker Senior
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6953



« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 05:52:58 PM »

ขอบคุณพี ๆ น้อง ๆ ที่เข้ามาช่วยกันตอบ
ได้ความรู้เยอะเลยครับ   

คุณน้าใช้ KLX เหรอครับ 
บันทึกการเข้า

มีโอกาสมากมายที่จะเจอคนที่..."เรารัก"

แต่คงไม่มีโอกาสมากนักที่จะเจอคนที่..."รักเรา"
กิง การณา
DTX User
Dtracker Senior
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1488


วันทำงานคือวันพักผ่อน วันพักผ่อนคือวันทำงาน


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 06:03:47 PM »

ขอบคุณพี ๆ น้อง ๆ ที่เข้ามาช่วยกันตอบ
ได้ความรู้เยอะเลยครับ   

คุณน้าใช้ KLX เหรอครับ 
เย้ย......ฮ่าๆๆๆๆๆๆด้วยอีกคน
บันทึกการเข้า

"เวลาคือเพื่อนที่ซื่อตรงที่สุด มีแต่ใจเราเองที่ช้าไป เร็วไป ไม่ซื่อไม่ตรงเหมือนเช่นเวลา"
ฺBOND_DTX-kan
DTX User
Dtracker Sr.Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 568



อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 06:06:26 PM »

ยังไงก็ต้องพักเติมน้ำมันครับ 120 กม.ก็จอดเติมทีครับ
ผมก็ไช้หลัก เติมเต็มถังกดมิเตอร์ 120 หรือ 100 ก็หาปั้มได้แล้วครับ
พักไข่ด้วยครับมันชาแล้วครับ ไม่ต้องกลัวน้ำมันหมดก่อนหลอกครับ
เดี่ยวอาการตัวเราเองมันบอกว่าต้องพักแล้ว. Huh?
บันทึกการเข้า



DTX-กาญ
zombie01
DTX User
Dtracker User FullMember
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 452



« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 06:22:57 PM »

ขอบคุณสาระดี ๆ ครับผม ได้ความรู้อีกเยอะเลย
บันทึกการเข้า

DiRTCatnap
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


KLX_FANG_CMI


« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 08:38:54 AM »

เขียนผิดมากเลยครับ อ่านแล้วอึดอัดจัง ผมขออนุญาตแก้ไขให้เท่าที่ทำได้ก่อนครับ

" ขอประทานอภัย ในการตั้งคำถามนี้ จุดประสงค์ที่ต้องการคือใครมีทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้บ้างจะเป็นพระคุณอย่างสูง

เมื่อตอนปีใหม่นี้ เอารถขึ้นไปขี่เที่ยวแถวเชียงใหม่เป็น klx250 ปัญหาที่พบคือ ลงเนินสักพัก โดยใช้เบรคพร้อมกับเกียร์ต่ำ
เบรคหลัง พลอด(น่าจะเป็น เฟด , break fade) ใช้ไม่ได้เลย จะใช้เบรคหน้าก็ใช้ไม่สะดวกเนื่องจากการ์ดแฮนด์มาบีบไว้เกิดจากรถไปล้มมา
แต่พอทิ้งให้เย็นลงสักพักก็กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าผิดปกติ แต่ถ้าปกติแบบนี้ผมคิดว่าเปลี่ยนเป็นแบบเก่า แบบ Drum เบรคดีกว่าอันตรายน้อยกว่าอีก

อีกเรื่องเกจ์วัดระดับเตือนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่มีเหมือนรถตลาดทั่วไปเลย เลยกะไม่ถูก ว่าจะต้องเติมอีกที่เมื่อไหร่ เผลอขับไปลืมดูไฟเตือน fuel ติดขึ้นมา สงสัยได้กินข้าวลิงแน่เลย มันน่าจะมีเกจ์ บอกระดับน้ำมันสักหน่อย กะอีแค่ไฟเตือน แล้วเขียนในคู่ มือว่าหลังจากไฟเตือนว่าคุณมีน้ำมันเหลืออยู่แค่ 2.3 ลิตร ใครจะไปตรัสรู้ได้ว่า มันจะหมดเมื่อไหร่ จะไปหรือกลับดี  ตัวอ่านระดับน้ำมันน่าจะมีคนทำมาขายจัง "


1. รถเดินทาง ต้องเตรียมรถให้พร้อมครับ การที่ขับรถไปล้มมาแล้วการ์ดแฮนด์ไปขวางเบรคหน้า เป็นสิ่งที่ควรจะต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ไม่ควรนำรถไปใช้

2. การขับขี่ทางลาดชัน ผมไม่ทราบว่าชันขนาดไหน ใช้ความเร็วเท่าไหร่ ปกติควรใช้เกียร์ 1 หรือ 2 ร่วมกับการใช้เบรคซึ่งควรเป็นเบรคหน้าเป็นหลัก เพราะลงทางลาดชัน น้ำหนักรถถูกถ่ายมาไว้ด้านหน้ามากกว่า และเบรคหน้าจะมีขนาดจานที่ใหญ่กว่าได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับภาระนี้อยู่แล้ว และการใช้เบรคไม่ควรใช้อย่างต่อเนื่อง เฉพาะเกียร์ 1 หรือ 2 ถ้าเลือกความเร็วพอเหมาะเชื่อว่า Engine Break ของรถพอเพียงในการควบคุมรถลงจากทางชัดได้อย่างสบาย การปรับปรุงระบบเบรคสามารถทำได้โดยการเปลี่ยน้ำมันให้มีค่า DOT สูงขึ้น และการเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่ แต่ผ้าเบรคที่ทนความร้อนสูงๆจะมีข้อเสียคือเมื่ออุณหภูมิยังไม่ร้อนพอ การทำงานจะสู้ผ้าเบรคแบบธรรมดาไม่ค่อยได้ และอาจะหาได้ยากหน่อยในบ้านเราครับ

3. ระบบไฟเตือนน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้ใช้ต้องใช้ให้เป็นครับ ในรถ super bike ราคาแพงทั้งหลาย ส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้ไฟเตือน การใช้ที่ถูกต้องใช้ร่วมกับ Trip meter และผู้ใช้ควรรู้อัตราการใช้น้ำมันของรถตัวเองด้วย โดยการเติมน้ำมันให้เต็มถังและกด Trip ให้เป็นศูนย์ จากนั้นใช้งานรถตามปกติในลักษณะเส้นทางที่ใช้ประจำ ใช้ไปจนกระทั่งไฟเตือนขึ้น (น้ำมันเต็มถัง 7.7 ลิตร ใช้น้ำมันไปประมาณ 5.4 ลิตร คำนวณจากน้ำมันที่เหลือยู่ตามคุ่มือ)อ่านค่าระยะทางจาก trip สมมุติได้เท่ากับ 135 km นั่นแสดงว่า รถของเราใช้น้ำมันประมาณ 135/5.4 = 25 กม/ลิตร ซึ่งให้ทำแบบนี้ทุกครั้งให้เป็นนิสัย(เติมน้ำมันเต็มถังทุกครั้ง) ในเส้นทางและการขับขี่ที่ใกล้เคียงกัน ระยะทางที่ได้มักผิดผลาดไม่เกิน +/- 5 กม. ดังนั้นเราจะทราบว่าน้ำมัน 1 ถังพาเราไปได้ไกลเท่าไหร่ แต่ในกรณีที่วิ่งไปในเส้นทางอื่นที่แตกต่างจากที่วัด ก็ให้ทำเหมือนเดิม แต่เราจะได้อัตราใหม่ โดยปกติวิ่งทางไกลพื้นราบ อาจไปได้ถึง 30 กม./ลิตร และจากอัตรานี้ เมื่อไฟเตือนติด น้ำมันเหลืออีกประมาณ 2.3 ลิตร ดังนั้นระยะทางที่รถน่าจะไปได้ (ถ้าลักษณะเส้นทางใกล้เคียงกัน ก็น่าจะไปได้อีกประมาณ 60 กม)

ปล. การเดินทางควรมีการเตรียมพร้อม เช่นการศึกษาเส้นทางว่ามีเขตเมืองอยู่ตรงไหน ห่างกันเท่าไหร่ หากไปในที่ที่คิดว่าไม่มีปั๊มน้ำมัน ควรรู้ว่าจุดสุดท้ายที่มีปั๊มอยู่ตรงไหน ต้องเติมน้ำมันให้เต็มถัง หากไปไกล หรือไม่แน่ใจ ควรหาถังน้ำมันสำรองติดท้ายรถไปด้วย หรืออย่างน้อยควรมีสายยางท่อน้ำมันเตรียมไว้ เผื่อฉุกเฉินจะได้สามารถมีน้ำมันสำรองใช้ หรือขอความช่วยเหลือจากรถคันอื่นได้


ขอประทานอภัยอย่างยิ่ง ที่มิได้ใช้ภาษาพิมพไทยมายาวนาน เลยผิดเพียบเลย ประกอบกับตาเริ่มยาวเลยผิดๆถูก

ในการเดินทางครั้งนี้ ปัญหา

ออกจาก เชียงใหม่ เข้าเวียงแหง บ้านอรุโนทัย ไปออก เมืองฝาง เส้น ทางไม่เคยไป และ ไม่อยู่ใน แปลนของการเดินทาง
สนุกๆ ก็กะจะไปเก็บ track เข้า Oregon 550T ครับ / ที่จริงแล้ว กะว่า ขี่ท่องเที่ยวแบบ ชิวๆ ไปสองคน
หลัวงจาก ผ่านอ่างขางมาแล้วดันไปเจอ ทางโค้งลงชันขนาดใช้ทั้ง engine break และ แตะเบรคช่วยแบบ ผิวๆ มันยังมิวาย หมุนควงเลย
หลังจากยกรถขึ้นก็พบว่าเบรคหน้าติดเนื่องจากการ์กแฮนด์ เสียรูป ก้านเบรคงอ
เอาละสิ ทำไงดีคราวนี้ เครื่องมือติดรถไม่มีหกเลี่ยมด้วยสิ    แก้ไข้โดยพยายามบิดก้านเบรคไม่ให้ติด
หลังจากขับต่อมาได้ลงมาสักพัก เบรคหลังใช้พร้อม กับ Enginer break จนกระทั้งมาถึงทางลุ่ม เบรคแสดงอาการออกมาดังกล่าวผอด เลยต้องหยุดพักให้เย็นลง
เดาว่าน้ำม้นเบรคมันร้อนมาก ความหมายคือถ้ามันดั๊มเบรคแบบเดิม น่าจะดีกว่าเพราะ ไม่มีน้ำมันเบรคกับปั๊มเบรคเข้ามาเกี่ยวข้อง เหมาะกับคนธรรมดาทั่วไป ที่มีความน้อย

ส่วนเรื่อง fuel Alarm/ Level. ผมคิดว่ายังไงก็จำเป็นต้องมีครับ  อย่างน้อยสุดหลังจาก fuel Alarm โชว์ มันควรจะมี ระดับน้ำมันขึ้นให้เน่อะ
สงสัยคาวาต้อง เรียกกลับไปลง software เพิ่มในอนาคตแน่เลย ฝ้นว่างั้นนะ

อย่างไรก็ดีขอขอบคุณใหคำชี้แนะของทุกๆคนครับ



บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.7 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!